แกร็บเร่งเครื่องปี 68 ด้วย S.M.A.R.T. ครองตลาดเรียกรถ-เดลิเวอรี ขยายบริการ อัดฟีเจอร์ใหม่ ตอบรับดีมานด์นักท่องเที่ยว

Last updated: 19 มี.ค. 2568  |  66 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แกร็บเร่งเครื่องปี 68 ด้วย S.M.A.R.T. ครองตลาดเรียกรถ-เดลิเวอรี ขยายบริการ อัดฟีเจอร์ใหม่ ตอบรับดีมานด์นักท่องเที่ยว

จะกินอะไร จะไปไหน ก็เรียกแกร็ป เรียกได้ว่ามีบริการทุกอย่าง ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากคนไทยและต่างประเทศ จนเป็นผุ้นำธุรกิจแอปเรียกรถและแอปสั่งอาหารอันดับ 1  พร้อมเดินหน้าปี 2568 ด้วยวิสัยทัศน์ "Lead with Purpose" มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่าน 5 กลยุทธ์ S.M.A.R.T. ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเติบโตทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ขยายฐานลูกค้า สร้างความมั่นคงให้กับพาร์ทเนอร์และเศรษฐกิจโดยรวม พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบริการให้ก้าวสู่อนาคตอย่างแข็งแกร่ง


นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2567 ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของแกร็บในประเทศไทย โดยยังคงครองความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ทั้งในบริการเรียกรถและเดลิเวอรี พร้อมการเติบโตในทุกธุรกิจ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านการเปิดบริการที่สนามบินหลัก 4 แห่งได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ และการร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการโปรโมตจังหวัดรองและขยายบริการเรียกรถให้ครอบคลุมพื้นที่  ด้วยนโยบายดังกล่าวทำให้ในปีที่ผ่านมา ยอดใช้บริการเรียกรถในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้นถึง 138%2”

นอกจากนั้นยังพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของแกร็บเพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง โดยมีการอัปเกรดฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Group Order (บริการสั่งอาหารแบบกลุ่ม) ที่ยอดสั่งอาหารเติบโต 2 เท่า, Advance Booking (จองรถล่วงหน้า) ที่ยอดใช้บริการเพิ่มขึ้น 60% ในช่วงเทศกาล, และ Dine Out Deals (ดีลพิเศษร้านอาหาร) ที่ยอดการใช้บริการเติบโต 11 เท่า   แกร็บยังเปิดตัวบริการ GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER ที่ได้รับการตอบรับดีจากผู้ใช้บริการ โดยมีการเติบโตมากกว่า 4 เท่า รวมถึงเพิ่มตัวเลือก Delivery SAVER ในบริการสั่งอาหาร ที่ยอดผู้ใช้เพิ่มขึ้น 3 เท่า นอกจากนี้ ยังมี Hot Deals ที่ช่วยผู้ใช้ประหยัดเงินรวมกว่า 2 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา   และยังขยายธุรกิจในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ผ่าน GrabAds ที่นำเสนอโซลูชันการตลาดแบบสร้างสรรค์และ Grab For Business ที่ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทำให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 80% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการตอบโจทย์ธุรกิจต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.” นางสาวจันต์สุดา กล่าวเสริม

Grab ประเทศไทย เดินหน้าสู่อนาคตอย่างยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ “Lead with Purpose”

ในปี 2568 แกร็บ ประเทศไทย ยังคงมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในฐานะซูเปอร์แอปชั้นนำด้านการเดินทางและเดลิเวอรี โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านพันธกิจ GrabForGood และสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายดังกล่าว แกร็บมุ่งดำเนินกลยุทธ์ “S.M.A.R.T” ซึ่งประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก ได้แก่


S: Sustainability มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

โดยเดินหน้าสานต่อโครงการสำคัญอย่าง “โครงการ Grab EV”  ผลักดันให้คนขับใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น โดยจับมือกับ BYD เพื่อเข้าถึงรถราคาถูก  และลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม มีโครงการผ่อนขับ เริ่มต้นที่ 900 บาท   ปัจจุบันมียอดการใช้รถ EV แล้วกว่าหนึ่งหมื่นคัน ควบคู่ไปกับ “โครงการชดเชยคาร์บอน” ที่ให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคเงินผ่านฟีเจอร์ Carbon Offset เพื่อนำไปซื้อคาร์บอนเครดิตและทำกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ ยังได้ริเริ่มทดลองกิจกรรมใหม่ๆ อย่าง“โครงการ Grab Go Green อิ่มคุ้มช่วยโลกกับ GrabFood” การทำโปรโมชั่นในราคาพิเศษในช่วงก่อนปิดร้านเพื่อช่วยลดขยะอาหารจากร้านค้า เป็นต้น

ในด้านสังคม นอกเหนือจากกลุ่มคนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้าซึ่งเป็นคนในอีโคซิสเต็มแล้ว แกร็บยังได้ส่งเสริมการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่าน “โครงการ GrabSpark” ที่เปิดเวทีให้นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยได้แสดงศักยภาพผ่านการประกวดแผนธุรกิจ พร้อมโอกาสในการฝึกงานกับแกร็บ รวมถึง “โครงการ GrabScholar” ให้ทุนการศึกษานักเรียนนักศึกษาที่มีศักยภาพ ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

M: Market Expansion ขยายบริการให้เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน

ในปีนี้ แกร็บเดินหน้าขยายบริการเพื่อให้ครอบคลุมคนทุกเจเนอเรชัน โดยล่าสุดได้เปิดตัว 4 หนุ่มสุดฮอตอย่าง เจมีไนน์-โฟร์ท และ สกาย-นานิ ในฐานะ “Friends of Grab” เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z และ Millennials เสริมทัพ เบลล่า-ราณี ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง

นอกจากนี้ แกร็บยังได้ผลักดันการใช้ฟีเจอร์บัญชีครอบครัว (Family Account) เพื่อขยายการให้บริการไปยังกลุ่ม Babyboomer และ Gen Alpha ผ่านผู้ใช้บริการหลัก (Core User) ที่ต้องการเรียกรถให้กับสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มคนอาวุโส (พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่) และกลุ่มเด็กเล็ก (ลูก-หลาน)

สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในปีนี้แกร็บยังคงเดินหน้าสนับสนุนนโยบาย “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” ของรัฐบาล ผ่านการสนับสนุนและเข้าร่วมอีเวนท์สำคัญระดับประเทศและเทศกาลเชิงวัฒนธรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งปี อาทิ งาน S2O Songkran Music Festival งาน Siam Songkran Music Festival และ Maha Songkran World Water Festival 2025 เป็นต้น

A: Affordability นำเสนอทางเลือกของบริการในราคาที่เข้าถึงได้ในด้านความคุ้มค่าหรือราคา

แกร็บเตรียมต่อยอดความคุ้มค่าสำหรับบริการเรียกรถด้วยการขยายบริการ GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมที่ทดลองให้บริการเฉพาะหัวเมืองหลัก


สำหรับบริการฟู้ดเดลิเวอรี แกร็บยังคงชูไฮไลท์ซับแบรนด์  “Hot Deals” ดีลลดแรงจากร้านดังทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มจำนวนร้านที่เข้าร่วมโปรแกรม ควบคู่ไปกับการนำเสนอโปรโมชันตามช่วงเทศกาลหรือโอกาสพิเศษต่างๆ รวมถึงการชูแคมเปญใหญ่อย่าง “GrabFood Mega Sale” ที่มอบส่วนลดจัดหนักสูงสุดถึง 80% พร้อมส่งฟรีให้กับผู้ใช้บริการทั่วประเทศ 

R: Retention รักษาฐานลูกค้าและมัดใจคนขับ-พาร์ทเนอร์ร้านค้า

GrabUnlimited ถือเป็นโปรแกรมหลักที่ช่วยมัดใจผู้ใช้บริการผ่านการมอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดที่คุ้มค่า ครอบคลุมทุกบริการ ด้วยแพ็คเกจสมาชิกรายเดือนเพียง 19 บาทต่อเดือน หรือรายปีเพียง 99 บาทต่อปี  ไม่เพียงเท่านั้น ในปีนี้แกร็บยังได้พัฒนา GrabVIP หรือโปรแกรมสิทธิพิเศษเหนือระดับสำหรับผู้ใช้บริการที่มียอดใช้จ่ายสูงกว่า 30,000 บาทในระยะเวลา 3 เดือน อาทิ รับสิทธิ์ส่งอาหารไว (Priority Delivery) 5 ครั้งต่อเดือน และความช่วยเหลือพิเศษก่อนใคร (Priority Support) จากศูนย์ช่วยเหลือแกร็บ

สำหรับคนขับ แกร็บจัดเต็มสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับคนขับที่ให้บริการดีอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟรีประกันรถจักรยานยนต์ และการลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับบริการสินเชื่อเงินสด สำหรับคนขับ GrabBike และ ฟรีประกันสุขภาพสำหรับคนในครอบครัว สำหรับคนขับ GrabCar พร้อมจัดกิจกรรมเซอร์ไพรส์แจกรถยนต์-รถจักรยานยนต์ในช่วงเทศกาลสำคัญ เป็นต้น

สำหรับกลุ่มพาร์ทเนอร์ร้านค้า แกร็บยังเดินหน้าพัฒนาบริการสินเชื่อเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและเป็นทุนในการขยายธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร แกร็ป การเงิน โดยปล่อยกู้ให้ร้านอาหารซึ่งทำมา 3 ปีแล้ว มี 3 แบบ  แบบแรก นาโนโลน กู้สูงสุด 1 แสนบาท แบบที่2  P Lone กู้สูงสุด 1 ล้านบาทนอกจากนี้ ยังได้พัฒนาประกันค้าขายหายห่วงที่เพิ่งออกมาไตรมาส 4 คือการปล่อยกู้ให้นิติบุคคลและร้านค้าขนาดกลาง เพื่อต่อยอดธุรกิจขายายสาขา ขยายร้าน กู้สูงสุด 10 ล้านบาทซึ่งมีร้านอาหารเข้ามาใช้แล้ว  และประกันค้าขายหายห่วงร้านค้าจ่าย ประมาณ 400 บาทเพื่อคุ้มครองกรณีเกิดเหตุ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ มีประกันรายได้ต่อวันที่ไม่สามารถเปิดร้านได้ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท

 T: Tech & Innovation พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน  โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและตอบโจทย์ความต้องการของคนในอีโคซิสเต็ม

ในปีนี้ แกร็บได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ ตั้งแต่ต้นปี อาทิ Advance Booking for Airport Pickups บริการจองรถล่วงหน้าเพื่อให้มารับที่สนามบินโดยสามารถระบุไฟลท์และเวลาเดินทางเพื่อเป็นข้อมูลให้กับคนขับได้ ซึ่งปัจจุบันได้ทดลองให้บริการแล้วที่สนามบินภูเก็ต GrabExecutive บริการเรียกรถล่วงหน้าระดับพรีเมียมที่เจาะกลุ่มนักธุรกิจและลูกค้าไฮเอนด์และนักท่องเที่ยว Book Table บริการสำหรับจองร้านอาหารเพื่อรับประทานที่ร้าน ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือและเชื่อมต่อกับระบบของ Chope ซึ่งมีจุดแข็งในด้านระบบการจองร้านอาหาร และล่าสุดกับการพัฒนา QR Payment เพื่อเพิ่มทางเลือกการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการ แก้ปัญหาให้กับคนขับที่อาจมีเงินสดสำรองไม่เพียงพอ


“ตลอดระยะเวลาเกือบ 12 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แกร็บภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย และมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนผ่านผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ระบุว่ากิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงจรธุรกิจของ Grab ในปี 2566 ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สิ่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้แกร็บยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีเป้าหมาย พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตและยกระดับคุณภาพชีวิตของไทยต่อไป” นางสาวจันต์สุดา กล่าวปิดท้าย

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้